รูปภาพธีมโดย lishenjun. ขับเคลื่อนโดย Blogger.

Top News

โรคไขข้อกลัวอะไร

ถ้าอยากรู้แค่ทานอาหารต่อไปนี้บ่อยๆ คนที่ป่วยเป็นโรคไขข้ออักเสบก็จะได้คำตอบเอง

เชอร์รี่สด งานวิจัยของกระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา (USDA) พบว่าผู้หญิงที่กินเชอร์รี่สดจะมีกรดยูริค ตัวการเกิดโรคไขข้ออักเสบลดลง เพราะในเชอร์รี่มีสารที่ช่วยขับกรดยูริคออกจากร่างกายทางปัสสาวะ ถึงราคาจะแพงไปนิดแต่ของเขาดีจริงๆ ค่ะ

อาหารจากถั่วเหลือง รวมไปถึงเต้าหู้ ถั่วแระญี่ปุ่น น้ำเต้าหู้ ไม่ใช่ว่าถั่วเหลืองมีสารที่ช่วยปราบโรคไขข้อ แต่เป็นเพราะเนื้อเป็นที่มาของกรดยูริคที่จะเข้าไปสะสมอยู่ที่ไขข้อ ทำให้เป็นโรคไขข้ออักเสบ เราจึงควรเปลี่ยนมาทานโปรตีนจากผักแทน ซึ่งก็หาได้จากผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองนี่เอง แต่ถ้ายังตัดใจจากเนื้อสัตว์ไม่ได้ งั้นลองเปลี่ยนมากินถั่วเหลืองแทนเนื้อสัตว์อาทิตย์ละ 2 วัน เท่านี้ก็ป้องกันไขข้ออักเสบได้มากแล้ว

ผักสีแดง ผักสีแดงทุกชนิดเป็นแหล่งขของไลโคปีน สารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดกรดยูริคได้ ผักสีแดงที่ทั้งดีทั้งถูกมีให้เลือกหลายชนิด เช่น แครอท มะเขือเทศ พริกหวาน น้ำมันมะกอก น้ำมันคาโนลา อะโวคาโด น้ำมันพวกนี้อุดมด้วยไขมันไม่อิ่มตัวที่จะเข้าไปสลายกรดยูริค แถมยังช่วยลดโคเลสเตอรอลให้เป็นของแถมอีกด้วย

น้ำเปล่า เห็นใสๆ ไม่มีสารอาหารแบบนี้ แต่น้ำเปล่านี่ล่ะคือยาที่ดีที่สุด น้ำจะเข้าไปล้างสารพิษในเลือดรวมทั้งกรดยูริค แล้วขับออกทางปัสสาวะ ถ้าช่วงไหนมีอาการปวดข้อปวดกระดูกอย่าลืมดื่มน้ำสะอาดให้ได้อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว แล้วอาการปวดที่กวนใจคุณก็จะลดลง
น้ำในหูไม่เท่ากัน บ้านหมุน อาการที่นอนแล้วเอียงไปมาเหมือนจะตกที่นอน. มีสมุนไพรไทยรักษาได้....คือ ต้นน้ำนมราชสีห์ ใช้ทั้งต้นชงดื่มรับรองหาย


1.ต้นน้ำนมราชสีห์ล้าง

2.ตากแดดให้เหี่ยว เอามาตัดเป็นท่อน

3.ตากจนแห้ง

4.คั่วไฟจนเหลืองเป็นชาสำหรับชงน้ำ

ทิ้งให้เย็นเก็บใส่ขวดแห้งๆ

กระป๋องปิดสนิทเก็บไว้ชงน้ำร้อนดื่ม

5.หยิบน้ำนมราชสีห์ใส่ถ้วยกระเบื้อง หรือกาประมาณ 1 ขยุ้มมือหรือ1 หยิบมือใส่น้ำร้อนดื่มต่างน้ำ

คุณแม่อายุ 80 ปี มีอาการเวียนศีรษะบ้านหมุน ชงให้ดื่ม 1 สัปดาห์ดีขึ้น โดยไม่ต้องทานยาที่แพทย์ให้มาเลย
แชร์เก็บไว้ก่อนเลย!! เมื่อถูกผึ้ง ตัวแตน ตัวต่อ ต่อย! มีวิธีถอนพิษแบบง่ายๆต่อไปนี้

ใครที่ถูก ตัวผึ้ง ตัวแตน หรือ ตัวต่อ ต่อย แต่ไม่มากมายถึงขั้นอันตรายถึงชีวิต มีวิธีถอนพิษแบบง่ายๆ โดยดึงเอาเหล็กในที่ฝังในเนื้อหรือผิวหนังออกก่อน

จากนั้นเอา “หัวหอมแดงสด” ทุบหรือฝานบางๆ ถูบริเวณที่ถูกต่อยแบบช้าๆ ไปมา หากถูกต่อยบริเวณลำคอให้ เคี้ยวหัว “หอมแดง” สด 1 หัว ช้าๆ ก่อนจะกลืนลงคอไปเลย จะช่วยให้หายปวดจากพิษได้ ถ้าเป็นแมลงกัดต่อยธรรมดา ใช้หัวสด ตำผสมเหล้าขาวพอกหายปวดเด็ดขาดมาก

หอมแดง มีถิ่นกำเนิดจากประเทศซีเรีย เริ่มปลูกที่จีน อินเดีย และอียิปต์ ก่อนแพร่หลายไปทั่วโลก มีแคลเซียม ฟอสฟอรัส มีเบต้าแคโรทีน มีสาร ฟลาโวนอยด์ โดย เฉพาะ เควอซิทีน เป็นเกราะป้องกันมะเร็ง และสารสเปริโอไซด์ ซึ่งมีในพืชผักหลายชนิด

- คนเป็นหวัด คัดจมูกทุบหัว “หอมแดง” สด สูดดมจะรู้สึกโล่งจมูกได้
มะนาวสามารถทำให้ร่างกายของคุณดีขึ้นได้หลายวิธี คุณไม่สามารถเพิกเฉยกับประสิทธิภาพของมันได้เลย มะนาวดีมากในการทำความสะอาด นอกจากนี้ยังเป็นยาฆ่า เชื้อโรคที่มีประสิทธิภาพ กลิ่นของมันสดชื่นมาก มันทำให้รู้สึกดี จึงมักจะนำไปรักษาภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวล

มะนาวสำหรับความสวยงาม

มะนาวมีประโยชน์ในการรักษาโรคผิวหนัง ช่วยในการทำความสะอาดหนังศีรษะ รักษาสิวและจุดด่างดำบนใบหน้า

ใช้มะนาวครึ่งชิ้น ถูบนข้อศอกหัวเข่าของคุณและบริเวณผิวหนังที่หนาและด้าน จะช่วยทำให้นุ่มขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้ลมหายใจของคุณสดชื่น ช่วยบรรเทาอาการปวดเท้า และ ทำให้เล็บขาวขึ้น

ทำให้สุขภาพดี

มันช่วยในการรักษาโรคต่างๆ ช่วยรักษาข้ออักเสบ โรคไขข้อ และ ปัญหาทางเดินอาหาร สามารถป้องกันนิ่วในไต และล้างสารพิษในร่างกาย นอกจากนี้ยังมีวิตามิน และแร่ธาตุ เช่น โพแทสเซียม แมกนีเซียม เหล็ก, ทองแดง, วิตามิน A, วิตามินอี โครเมี่ยม และ สารต้านอนุมูลอิสระในการต่อสู้กับริ้วรอย

บำรุงให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า

หั่นมะนาวออก 3 ซีก และวางไว้ข้างเตียงทิ้งไว้ข้ามคืน จะช่วยให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า ทำซ้ำทุกวัน ประโยชน์ของมันมีดังนี้

- มันช่วยดับกลิ่นและทำให้อากาศในห้องของคุณสดชื่น

- มันจะช่วยให้คุณหายใจสะดวกดีขึ้น ช่วยรักษาไข้หวัดและโรคหอบหืด นอกจากนี้ยังทำให้รู้สึกสดชื่นและมีสมาธิดี

- มันช่วยขจัดอาการเมาค้าง และ ความเมื่อยล้า คุณจะตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกสดชื่น ที่เกิดขึ้นน้อยมากในชีวิตของทุกวันนี้

คุณจะกระฉับกระเฉงตลอดทั้งวัน เคล็ดลับนี้ช่วยทำให้คุณทำงานได้ดีกว่าการดื่มเครื่องดื่มชูกำลังที่มีอยู่ตามท้องตลาดทดลองดู และคุณจะเห็นผลลัพธ์
เรื่องจริงที่หมอ ไม่ได้บอก…หลังจากหลายปีที่พูดกันว่าการทำคีโมเป็นทางเลือกเดียวที่จะลองและใช้ในการกำจัดโรคมะเร็งในที่สุด โรงพยาบาลจอห์น ฮอพกินส์ก็เริ่มแนะนำถึงทางเลือกอื่นๆ อีก.....



# ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับโรคมะเร็งจาก รพ.จอห์น ฮอพกินส์

1.ทุกๆคนมีเซลมะเร็งอยู่ในร่างกาย เซล มะเร็งเหล่านี้จะไม่ปรากฎด้วยวิธีการตรวจสอบตามมาตรฐานจนกระทั่งมันขยายตัวเพิ่มขึ้นในระดับพันล้านเซล(1,000,000,000 เซล)เมื่อแพทย์บอกว่าไม่มีเซลมะเร็งในร่างกายผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ได้รับการรักษาแล้วมันหมาย ถึงว่าระบบไม่สามารถตรวจสอบเซลมะเร็งได้ เพราะว่าจำนวนของมันยังไม่มากพอจนถึง ระดับที่สามารถตรวจจับได้เท่านั้น

2.เซลมะเร็งเกิดขึ้นระหว่าง6 ถึงมากกว่า 10 ครั้งในช่วงอายุของคนๆหนึ่ง

3.เมื่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรงเพียงพอ เซลมะเร็งจะถูกทำลายและป้องกันไ ม่ให้เกิดการขยายตัวและกลายเป็นเนื้องอก

4.เมื่อใครก็ตามเป็นมะเร็งมันกำลังบอกว่าคนๆนั้นมีความบกพร่องหลายประการเกี่ยวกับโภชนาการซึ่งอาจเกิดจากยีนสิ่งแวดล้อม อาหารและปัจจัยอื่นๆในการดำรงชีวิต

5. เพื่อเอาชนะภาวะบกพร่องหลายประการ เกี่ยวกับโภชนาการ การเปลี่ยนแปลงประเภท ของอาหารรวมทั้งสารอาหารบางอย่างจะช่วย ให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้น

6.การทำคีโมคือการให้สารเคมีที่มีความเป็น พิษกับเซลมะเร็งที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ขณะเดียวกัน มันก็จะทำลายเซลที่ดีที่ กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในไขกระดูกทำลาย ระบบทางเดินอาหาร ฯลฯและเป็นสาเหตุทำ ให้อวัยวะบางส่วนถูกทำลายเช่นตับ ไต หัวใจปอดฯลฯ

7.การบำบัดโดยคีโม และการฉายรังสีมักจะ ช่วยลดขนาดของเนื้องอกได้ในช่วงแรกๆ อย่าง ไรก็ตาม ถ้าทำไปนานๆพบว่ามักไม่ส่งผลต่อการทำลายเซลเนื้องอก

8.เมื่อร่างกายได้รับสารพิษจากการทำคีโมหรือการฉายรังสีมากเกินไป ระบบภูมิคุ้มกัน อาจปรับตัวเข้ากันได้หรือไม่ก็อาจถูกทำลายลง ดังนั้นคนๆนั้นจึงอาจตกอยู่ในอันตรายจากการติดเชื้อหลายชนิดและทำให้โรคมีความซับ ซ้อนยิ่งขึ้น

9.การทำคีโมและการฉายรังสีอาจเป็น สาเหตุทำให้เซลมะเร็งกลายพันธุ์ดื้อยา และยากต่อการทำลาย การผ่าตัดก็อาจเป็นสาเหตุทำให้เซลมะเร็งกระจายไปทั่วร่างกาย

10.วิธีที่ดีที่สุดในการทำสงครามกับมะเร็งคือการไม่ให้เซลมะเร็งได้รับอาหารเพื่อนำไปใช้ในการขยายตัว

อะไรคืออาหารที่ป้อนให้กับเซลมะเร็ง....

- A.น้ำตาลคือ อาหารของมะเร็ง การตัดน้ำตาลคือการตัดแหล่งอาหารสำคัญที่จ่ายให กับเซลมะเร็งสารทดแทนน้ำตาลอย่างเช่น"" นิวตร้าสวีต"" "" อีควล"" "" สปูนฟูล "" ฯลฯ ล้วนทำมาจากสารให้ความหวานซึ่งเป็นอันตรายสารทดแทนซึ่งเป็นกลางที่ดีกว่า คือน้ำผึ้ง มานูคา(จากนิวซีแลนด์) หรือน้ำอ้อยแต่ใน ปริมาณน้อยๆเท่านั้นเกลือสำเร็จรูป ก็ใช้สาร เคมีในการฟอกขาว ควรหันไปเลือกใช้"" แบรก อมิโน"" หรือ เกลือทะเลแทน

- B.นม เป็นสาเหตุทำให้ร่างกายผลิตเมือก โดยเฉพาะในระบบทางเดินอาหาร เซลมะเร็ง จะได้รับอาหารได้ดีในสภาวะที่มีเมือกการใช้ นมถั่วเหลืองชนิดไม่หวานแทนนม จะทำให้ เซลมะเร็งไม่ ได้รับอาหาร

- C.เซลมะเร็งเติบโต ได้ดี ในภาวะแดล้อมที่ เป็นกรด อาหารจำพวก เนื้อ จะสร้างสภาวะ กรดขึ้นดังนั้นจึงควรหันไปรับประทาน ปลา จะดีที่สุด รองลงไปคือรับประทานไก่แทน เนื้อและหมู ในเนื้ออาจมียาฆ่าเชื้อ ฮอร์โมนที่ สร้างการเจริญเติบโตในสัตว์และเชื้อปรสิต บางประเภทตกค้างอยู่ซึ่งล้วนเป็นอันตราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่เป็นมะเร็ง

- D.อาหารที่ประกอบด้วยผักสด80% และน้ำ ผลไม้พืช จำพวกหัวเมล็ดถั่วเปลือกแข็ง และ ผลไม้จำนวนเล็กน้อยจะช่วยทำให้ร่างกายมี สภาวะเป็นด่างอาหารอีก20% อาจได้มาจากการทำอาหารร่วมกับพืชจำพวกถั่วน้ำผักสด จะให้เอ็นไซม์ซึ่งสามารถดูดซึมได้ง่ายและซึม ทราบสู่ระดับเซลภายใน 1 นาที เพื่อบำรุงร่า งกายและส่งเสริมการเจริญเติบโตของเซลที่ดี เพื่อให้ได้เอ็นไซม์ในการสร้างเซลที่ดี ให้ พยายามดื่มน้ำผักสด (ผักส่วนใหญ่รวมทั้งถั่ว ที่มีหน่อหรือต้นอ่อน)และรับประทานผักสด ดิบ2-3 ครั้งต่อวันเอ็นไซม์จะถูกทำลายได้ง่าย ที่อุณหภูมิ140 องศาF (ประมาณ 4 องศา C)

- E.ให้หลีกเลี่ยงกาแฟน้ำชาและช๊อกโกแลต ซึ่งมีคาเฟอีนสูง... ชาเขียว ถือเป็นทางเลือกที่ดี และมีคุณสมบัติในการต้านมะเร็งน้ำดื่มให้ เลือกดื่มน้ำบริสุทธิ์หรือที่ผ่านการกรอง เพื่อหลีกเลี่ยงท๊อกซิน และโลหะหนักในน้ำประปา น้ำกลั่นมักมีสภาพเป็นกรดให้หลีกเลี่ยง

11. โปรตีนจากเนื้อจะย่อยยากและต้องการ เอ็นไซม์หลายชนิดมาช่วยในการย่อยเนื้อ สัตว์ที่ไม่สามารถย่อยได้ในระบบทางเดินอาห ารจะเกิดการบูดเน่าและมีความเป็นพิษมากขึ้น

12. ผนังของเซลมะเร็งจะมีโปรตีนห่อหุ้มไว้ การงดหรือ การรับประทานเนื้อสัตว์น้อยลง จะทำให้มีเอ็นไซม์เหลือมากพอ มาใช้โจมตี กำแพงโปรตีนที่ห่อหุ้มเซลมะเร็งและช่วยให้ เซลของร่างกายสามารถกำจัดเซลมะเร็งได้ดี ขึ้น

13. สารอาหารบางอย่างอาจช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน (สารIP6 [inositol hexaphosphate หรือ phyti acid],สาร Flor-essence, สารEssiac, สารแอนตี้-อ๊อกซิแดนส์ , วิตามิน, เกลือแร่ , EFAs ฯลฯ) เพื่อช่วยให้เซลของร่างกายสามาร ถกำจัดเซลมะเร็งได้ดีขึ้นสารอาหารอื่นๆเช่น วิตามินอีเป็นที่ทราบกันดีว่าทำให้เกิดการตาย ลงของเซลหรือ กำหนดระยะเวลาการตาย ของเซล ซึ่งเป็นกลไกธรรมชาติของร่างกาย ในการ กำจัดเซลที่ถูกทำลายซึ่งไม่เป็นที่ต้อง การ หรือไม่มีประโยชน์ออกไป

14. มะเร็งเป็นโรคที่สัมพันธ์ กับจิตใจ ร่างกาย และจิตวิญญาณการป้องกันเชิงรุก และ การคิดในเชิงบวกจะช่วยให้เราสามารถ อยู่รอดจากการทำสงครามกับมะเร็ง.... ความ โกรธ การไม่รู้จักให้อภัยและความขมขื่นใจ จะทำให้ร่างกายเกิดความตึงเครียดและมี สภาวะเป็นกรดเพิ่มขึ้นให้เรียนรู้ที่จะมีความ รักและจิตวิญญาณแห่งการให้อภัยเรียนรู้ที่ จะผ่อนคลายและมีความสุขกับชีวิต

15. เซลมะเร็งไม่สามารถเจริญเติบโตได้ใน สภาวะที่มีอ๊อกซิเจนเป็นจำนวนมากการออก กำลังกายทุกวันและการหายใจลึกๆ จะช่วยให้ ร่างกายได้รับอ๊อกซิเจนเพิ่มขึ้นลงไปจนระดับ เซลการบำบัดด้วยอ๊อกซิเจนถือเป็นวิธีการอีก อย่างที่ใช้ในการทำลายเซลมะเร็ง
กะหล่ำปลี เป็นผักที่มีแคลอรีต่ำและมีประโยชน์ทางโภชนาการสูงมาก มันเต็มไปด้วยโพแทสเซียมและวิตามินซี วิตามินเค

ที่สามารถยับยั่งโรคมะเร็งและต้านการอักเสบได้อย่างยอดเยี่ยม อีกทั้งยังมีรสชาติที่แสนอร่อยเมื่อนำมาประกอบอาหาร นอกจากนี้มันยังสามารถนำมาประคบขาเพื่อบรรเทาอาการปวดข้อได้อีกเช่นกัน

ประคบด้วยกะหล่ำปลี


สิ่งที่คุณต้องเตรียม:
กะหล่ำปลีออร์แกนนิค (ถ้าเป็นสีแดงจะยิ่งดีมาก)
ผ้าพันแผลหรือผ้ากอซ
ฟอยล์
ไม้นวดแป้ง/ ค้อนทุบเนื้อ/ขวดไวน์

วิธีทำ:
แกะกะหล่ำปลีออกเป็นแผ่นๆ และล้างให้สะอาด
รอให้ใบกะหล่ำปลีแห้งแล้วตัดก้านลำต้นออก
วางใบบนเคาน์เตอร์และใช้ไม้นวดแป้งกลิ้งไปบนใบกะหล่ำปลีเพื่อคายน้ำออกมา
ใช้ใบกะหล่ำปลีแปะไปบริเวณที่ปวดจากนั้นห่อด้วยฟอยล์เพื่อให้ความอบอุ่น
คลุมทับด้วยผ้ากอซหรือผ้าพันแผลอีกชั้น

ประคบกะหล่ำปลีทิ้งไว้ประมาณหนึ่งชั่วโมง ทำซ้ำ 3 ครั้งต่อวันและเปลี่ยนใบทุกครั้งที่ทำ คุณจะเริ่มรู้สึกดีขึ้นในรุ่งเช้า

เหตุผลที่เราให้คุณใช้กะหล่ำปลีสีแดงก็เพราะว่า กะหล่ำปลีสีแดงมีสรแอนโทไซยานิน (anthocyanins) ที่สามารถลดการอักเสบและอาการปวดข้อได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ดีการศึกษาได้ระบุไว้ว่าทั้งกะหล่ำปลีสีเขียวและสีแดงมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากและน้ำของกะหล่ำปลีสามารถใช้รักษาบาดแผลได้อีกเช่นกัน

คำเตือน: โรคภูมิแพ้กะหล่ำปลีเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากมาก แต่หากคุณมีอาการคันหรือบวมในบริเวณที่บิดทับด้วยกะหล่ำปลีให้คุณรีบนำออกและหากมีอาการแย่ลงอย่างต่อเนื่องให้รีบพบแพทย์ทันที
สรรพคุณ น้ำต้มเมล็ดมะรุม ดื่มแก้ปวดเมื่อยร่างกาย ปวดหลัง ปวดเอว กระดูกทับเส้น

วิธีทำ แก้ปวดหลัง ปวดเอว ปวดข้อ ปวดกระดูก กระดูกทับเส้น ไตอักเสบ นำเเมล็ดมะรุมตากแห้ง1กำมือ ต้มในน้ำเดือด1ลิตร ประมาณ 5นาที รับประทาน ครั้งละ 1แก้ว หลังอาหาร เช้า-ก่อนนอน

คอยสังเกตุธาตุตัวเราเองด้วยในการขับถ่าย หากมากไปก็ลดปริมาณลง เพราะแต่ละคนธาตุจะไม่เหมือนกัน(หากหาไม่ได้ก็ซื้อได้ตามร้านขายยาจีน)

ถ้าจะให้ได้ผลดีท่านต้องงดอาหารหมักดอง เครื่องในสัตว์ และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอร์ มิเช่นนั้นแล้วจะเห็นผลน้อย เพื่อสุภาพก็ต้องงดนะครับ
ประโยชน์ของมะรุมในด้านอื่นๆ

    สรรพคุณของมะรุมช่วยบำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื้น อ่อนนุ่ม ไม่ให้หยาบกร้าน
    มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระช่วยในการชะลอวัย (น้ำมันมะรุม)
    ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย
    ช่วยรักษาโรคขาดสารอาหารในเด็กแรกเกิดถึงอายุ 10 ขวบ
    ช่วยลดไขมันและคอเลสเตอรอลในร่างกาย (ฝัก)
    มีส่วนช่วยป้องกันโรคมะเร็ง (ใบ,ดอก,ฝัก,เมล็ด,เปลือกของลำต้น)
    ช่วยรักษาโรคมะเร็งในกระดูก
    ผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับการรักษาด้วยรังสี การดื่มน้ำมะรุมจะช่วยให้อาการแพ้รังสีฟื้นตัวเร็วขึ้น
    ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิตในร่างกาย
    ช่วยรักษาโรคโลหิตจาง
    มะรุม ลดความดัน รักษาโรคความดันโลหิตสูง (ใบ,ฝัก)
    ใช้รักษาโรคหัวใจ (ราก)
    มะรุม ลดน้ำตาล ช่วยรักษาโรคเบาหวาน โดยรักษาความสมดุลของระดับน้ำตาล
    ใช้รักษาโรคหอบหืด (Asthma) (ยาง)
    ช่วยรักษาโรคภูมิแพ้
    ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานโรคที่ต่ำลงของผู้ป่วยเอดส์
    ใช้เป็นยาบำรุงร่างกาย (ดอก)
    ช่วยบำรุงธาตุไฟ (ราก)
    ช่วยคุมธาตุอ่อน ๆ (เปลือกของลำต้น)
    แก้ลมอัมพาต (เปลือกของลำต้น)
    ใช้ขับน้ำตา (ดอก)
    ใช้บำรุงสุขภาพและรักษาดวงตาให้สมบูรณ์
    ช่วยรักษาโรคตาได้เกือบทุกโรค อย่าง โรคตาต้อ ตามืดมัว เป็นต้น
    ช่วยรักษาโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ โรคโพรงจมูกอักเสบ
    น้ำมันมะรุมใช้นวดศีรษะ ฆ่าเชื้อชาบนหนังศีรษะ แก้อาการคันหนังศีรษะ ลดผมร่วง (น้ำมันมะรุม)
    ช่วยแก้อาการปวดศีรษะ (ใบ,น้ำมันมะรุม)
    ใช้แก้ไข้ และถอนพิษไข้ (ใบ,ยอดอ่อน,ฝัก,เมล็ด)
    ใช้แก้อาการไข้หัวลม หรืออาการไข้เปลี่ยนฤดู (ดอก)
    ช่วยบรรเทาและรักษาอาการหวัด (เมล็ดมะรุม)
    ช่วยบรรเทาอาการไอเรื้อรังให้ดีขึ้น (เมล็ดมะรุม)
    ช่วยบรรเทาอาการและลดสิวบนใบหน้า (น้ำมันมะรุม)
    ช่วยลดจุดด่างดำจากแสงแดด (น้ำมันมะรุม)
    ประโยชน์ของมะรุมใช้รักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน (ใบ)
    ช่วยแก้อาการปวดฟัน (ยาง)
    ช่วยแก้อาการปวดหู (Earache) (ยาง)
    น้ำมันมะรุมใช้หยอดหูเพื่อป้องกันและฆ่าพยาธิในหู รักษาโรคหูน้ำหนวก เยื่อบุหูอักเสบ
    ช่วยรักษาโรคคอหอยพอกชนิดมีพิษ
    ช่วยรักษาแผลในปากหรือแผลจากโรคปากนกกระจอก
    นำเปลือกของลำต้นมาเคี้ยวกินเพื่อช่วยย่อยอาหาร (เปลือกของลำต้น)
    ช่วยขับลมในลำไส้ ทำให้ผายหรือเรอ (เปลือกของลำต้น)
    เปลือกของลำต้นมีสรรพคุณช่วยในการคุมกำเนิด (เปลือกของลำต้น)
    ช่วยบำรุงและรักษาปอดให้แข็งแรง และรักษาโรคปอดอักเสบ
    เมล็ดมะรุมวันละ 1 เมล็ดก่อนนอน ช่วยให้การขับถ่ายในตอนเช้าเป็นไปอย่างปกติและสม่ำเสมอ (เมื่อขับเป็นปกติแล้วควรหยุดรับประทาน)
    ใช้รักษาโรคลำไส้อักเสบ อาการท้องเสีย ท้องผูก
    ช่วยรักษาและขับพยาธิในลำไส้ (เมล็ดมะรุม)
    ช่วยในการขับปัสสาวะ(ใบ,ดอก)
    ช่วยแก้อาการอักเสบ (ใบ)
    ช่วยรักษาโรคไขข้อ (Rheumatism) (ราก)
    ช่วยบรรทาอาการของโรคเก๊าท์ บ้างก็ว่าสามารถใช้รักษาโรคเก๊าท์ได้
    ช่วยรักษาโรคกระดูกอักเสบ
    ช่วยรักษาโรครูมาติซั่ม
    ช่วยบำรุงและรักษาโรคตับ ไต
    น้ำมันมะรุมใช้นวดเพื่อบรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดเมื่อตามบั้นเอวและขา
    น้ำมันมะรุมใช้นวดเพื่อกระชับกล้ามเนื้อ
    ใช้แก้อาการปวดตามข้อ (เมล็ด)
    แก้อาการบวม (ราก,เมล็ด)
    ช่วยลดอาการผื่นคันตามผิวหนัง และการแพ้ผ้าอ้อมของเด็กทารก (น้ำมันมะรุม)
    ช่วยรักษาบาดแผล แผลสดเล็ก ๆน้อย ๆ (ใบ,น้ำมันมะรุม)
    ช่วยถอนพิษและลดอาการปวดบวมจากแมลงสัตว์กัดต่อย (น้ำมันมะรุม)
    ใช้เป็นยาปฏิชีวนะ
    ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย (ใบ,ดอก)
    ใช้รักษาเชื้อราตามผิวหนัง ศีรษะ ตามซอกเล็บ โรคน้ำกัดเท้า (น้ำมันมะรุม)
    สรรพคุณมะรุมน้ำมันมะรุมใช้ทารักษาหูด ตาปลา
    ช่วยรักษาโรคเริม งูสวัด
สูตรทำลูก อยากได้ลูกสาวหรือลูกชาย คุณทำได้

แม้จะไม่ 100% แต่ก็ทำได้ ถ้าคุณปฏิบัติตามกฎให้ได้ทุกข้อ..

 มาทำความรู้จักกับ "สเปิร์ม XY" กันก่อนดีกว่า...จะว่าไปสเปิร์มของคุณป๋าเนี่ยแหละตัวการสำคัญที่ว่ายแข่งกันมาถึงเส้นชัยเพื่อฝังตัวกับผนังมดลูกของคุณหม่ามี้ให้ได้เพศชายหรือหญิง ความคิดคนโบราณที่เอาแต่โทษฝ่ายหญิงเพียงฝ่ายเดียวจึงไม่ใช่นะคะ

X คือสเปิร์มเพศเมีย : ถึงจะเคลื่อนตัวได้ช้าแบบนี้ เธอมีความสามารถพิศษ คือทนต่อสภาพความเป็นกรดในช่องคลอดได้ดี เธอจึงคือผู้อยู่รอดและทำให้จำนวนประชากรหญิงบนโลกใบนี้มีมากกว่าผู้ชาย Y คือสเปิร์มเพศผู้ : สามารถเคลื่อนตัวได้เร็วกว่าสเปิร์มเพศเมีย แต่เห็นเร็วจี๋แบบนี้เจอกรดก็จอดจ้ะ สามารถตายได้ถ้าเจอความเป็นกรดสูงในช่องคลอด แต่ชื่นชอบความเป็นด่างและจะว่ายได้เร็วขึ้น

     เมื่อได้รู้จักกับ เด็กชาย Y กับ เด็กหญิง X แล้ว ก็คงจะพอเข้าใจว่า เราอยากได้เพศไหน ต้องให้ใครอยู่รอดกันไปอีก 9 เดือน ในท้องของมามี้ ดังนั้น เตรียมจดสูตรขึ้นกระดานหัวเตียงเอาไว้ตามนี้เลยค่ะ คุณป๊าและคุณมามี๊

แน่นอนว่าน้อง Y ชอบความเป็นด่าง จึงต้องให้สภาวะช่องคลอดเป็นด่าง โดยการผสมโซดาไบคาร์บอเนต หรือเบกกิ้งโซดา 2 ช้อนโต๊ะ กับน้ำสะอาด 1 ลิตร ทิ้งไว้ 15 นาที ก่อนนำมาสวนล้างช่องคลอด

งดการมีเซ็กส์สักประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อให้น้อง Y เพิ่มจำนวนกองทัพให้เยอะ ๆ เดี๋ยวจะสู้สาวอวบ X ไม่ไหว

เมื่อถึงจุดสุดยอดของคุณป๋า ให้ดันเข้าไปลึก ๆ ต้องส่งลูกไปให้ไกลที่สุดเลยนะคะ ให้ไหวค่ะ!

มามี้คะ อย่าปล่อยให้คุณป๊าเหนื่อยฝ่ายเดียว ...เอิ่ม แต่คุณป๋าก็ต้องยอมเหนื่อยอย่างอดทนนะคะ เพราะต้องพามามี้ไปถึงจุดสุดยอดเทือกเขาแอลป์ให้ได้ มามี้รอมานานแล้วค่ะ หนู Y ก็รอมานานแล้วฮะ หนูจะวิ่งเร็วจี๋ให้ถึงเส้นชัยเลยคร้าบ

คำนวณวันให้ดีค่ะ เพราะวันที่เหมาะคือวันที่ LH สูงสุด หรือวันไข่ตกแล้วประมาณ 12-24 ชั่วโมง เพื่อให้ไข่เดินทางมาใกล้ที่สุด ช่วยกันย่นระยะทางไงคะ อันนี้ให้คุณหมอช่วยก็จะดีค่ะ โดยคุณหมอจะวัดอุณหภูมิของร่างกายให้ค่ะ

เนื่องจากทั้งคุณป๊าและมามี้สบตากันมาหลายวันด้วยความคิดถึง แต่ต้องขันติ จึงขอแนะนำให้จัดวันสำคัญวันนี้ให้อยู่ในสถานที่มิดชิดแต่เร้าอารมณ์ที่สุด อย่าลืมว่าคุณป๊าต้องพามามี้ไปถึงยอดเขา จึงไม่ควรอยู่ในห้องที่จะทำอะไรทีก็เกรงใจคนอื่น ไปฮันนีมูนกันดีไหม เลือกรีสอร์ทที่เป็นวิลล่าก็จะดี  สูตรได้ลูกสาว สบายมากค่ะ! แค่อย่ากุ๊กกิ๊กกันในช่วงไข่สุก นอกนั้นได้ทุกวันค่ะ จัดไปอย่าขี้เกียจ

ใช้น้ำส้มสายชูกลั่น 2 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำสะอาด 1 ลิตร สวนล้างช่องคลอดของมามี้ เพื่อทำให้สภาวะภายในช่องคลอดเป็นกรดค่ะ

เมื่อใกล้ถึงจุดสุดยอดของคุณป๊า ต้องถอยนิดนึงบริเวณปากช่องคลอด

มามี้อดทนหน่อย อย่าเพิ่งบิวท์ อย่าเพิ่งรู้สึกอะไร มามี้ต้องยอมเพื่อน้อง X ห้ามไปถึงยอดเขาแอลป์นะคะ

ให้คุณหมอตรวจเป็นประจำ เพื่อจะได้คำนวณวันก่อนไข่ตกประมาณ 2 วัน คือก่อนการตรวจพบค่า LH

     ดูเหมือนจะไม่ยากเลยที่จะได้ลูกสาว และอาจยากสักนิดให้ได้ลูกชาย เพราะต้องใช้ความอดทนอดกลั้นเยอะมากสักหน่อย แต่ก็คุ้มค่าถ้าได้อย่างใจ โอกาสมีไม่ได้บ่อย เพราะคุณป๊าและมามี้คงไม่พยายามกันไปเรื่อย ๆ จนได้ทีมวอลเล่ย์บอลหญิงครบทีมหรอกนะคะ แต่ก็นั่นแหละ เมื่อถึงที่สุด คนที่อยากได้ลูกชายพอได้มาแล้วก็อาจตกหลุมรักลูกสาวเสียยิ่งกว่าด้วยมารยาที่ต่างกัน ยังไงก็เอาเหอะ ให้พยายามกันก่อนตามกฎที่เอามาฝากเนอะ!
ประโยชน์เมื่อดื่มชามะละกอ จะเป็นการล้างลำไส้ โดยไม่ต้องสวนทวาร ช่วยล้างระบบดูดซึมคือล้างคราบไขมันที่ผนังลำไส้ อันเนื่องมาจากการกินอาหารผัดน้ำมันเป็นประจำ คราบไขมันจะเกาะตัวที่ผนังลำไส้เป็นกาวเหนียว จึงเกิดการขัดขวางการดูดซึมสารอาหาร และวิตามินที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย

**การล้างไขมันที่เกาะติดผนังลำไส้กินเป็นยาสารของมะละกอจะเกิดการถักทอกับสารของใบชา ทำให้ช่วยย่อยไขมันและล้างไขมันออกจากผนังลำไส้ ควรดื่มเพื่อล้างเป็นประจำ ดื่มแทนน้ำอัดลมก็ได้ ถ้าไม่ล้างลำไส้ ก็เปรียบเหมือนกินข้าวไม่ล้างจาน แล้วใช้จานใบเก่าที่ไม่ล้าง เอามาใส่ข้าวกินใหม่

ส่วนผสม

    1. มะละกอสด 1 ลูก ปลอกเปลือก

    2.น้ำเปล่า 4 ลิตร

    3. ใบเตย 10 ใบ / ถ้าไม่มีใบเตยใช้ ดอกเก๊กฮวยได้ (ใบเตยและดอกเก๊กฮวยสรรพคุณช่วยบำรุงหัวใจ)

    4. ใบชาจีนแห้ง หรือ ชาใบหม่อน

วิธีทำ โดยนำมะละกอมาปลอกเปลือก ผ่าครึ่งเอาเมล็ดออก หั่นเป็นชิ้นใหญ่เหมือนต้มฟัก ใบเตย หั่นเป็นท่อน ๆ หรือถ้าไม่มีใบเตยใช้ดอกเก๊กฮวย ประมาณ ครึ๋งกำมือ ใส่ลงในหม้อ เติมน้ำเปล่า 4 ลิตร ยกขึ้นตั้งไฟ ต้มให้เดือด หลังจากเดือดแล้วต้มไปประมาณ 5 – 10 นาที

กะว่ามะละกอพอสุก ไม่ต้องให้เละ เดียวกลิ่นมะละกอจะออกเยอะเกิน ปิดไฟ ตักเนื้อมะละกอและใบเตยขึ้น เติมใบชาจีน ลงไปแช่ประมาณ 5 นาที กรองเอาใบชาจีนออก ให้เหลือแต่น้ำ รับประทานได้ทั้งร้อนและเย็น อย่าแช่ชานานเกิน 5 นาที่ เพราะชาที่แช่นานเกินไป อาจทำให้ท้องผูกได้ ต้มทีหนึ่งเก็บไว้กินได้ 2-3 วัน แช่ตู้เย็น
หลายคนเนื่องจากหัวเข่ามีปัญหาจนไม่สามารถวิ่งหรือขึ้นบันไดได้ เรามีวิธีการที่ดีสำหรับบริหารหัวเข่ามาเสนอให้คุณ สามารถช่วยให้หัวเข่าของคุณแข็งแรงขึ้นได้


ลองพยายามทำให้ได้หนึ่งสัปดาห์เพื่อดูว่าผลที่ได้มันจะเป็นยังไง

ท่าบริหารหัวเข่านี้ทำโดย ยืนพิงกำแพงแล้วเลื่อนตัวลงโดยการย่อเข่า จะสามารถช่วยรักษาและฟื้นฟูข้อเข่า กล้ามเนื้อรอบเข่า หรืออาการบาดเจ็บที่เอ็นได้อย่างดี

คุณแค่ยืนพิงกำแพง เท้าทั้งสองห่างจากกำแพงเล็กน้อย เลื่อนตัวลงโดยการย่อเข่าค้างไว้ 5 วินาทีแล้วยืดตัวขึ้น ทำ10-20 นาทีต่อวัน

หากคุณมีเพื่อนที่กำลังมีอาการบาดเจ็บที่หัวเข่า รีบแชร์ให้เขาเลย อาจจะสามารถช่วยให้อาการของเขาดีขึ้นและช่วยให้เขามีสุขภาพที่ดีได้
มะนาวกับการลดน้ำหนัก ดูแล้วไม่น่าจะเกี่ยวกันได้ แต่ก็เป็นไปแล้วค่ะ เพราะทั้งน้ำและเปลือกของมะนาวสามารถกระตุ้นระบบเผาผลาญได้เริ่ดมากๆ ถ้าลดน้ำหนักด้วยมะนาวควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย ความผอมจะเป็นของคุณเร็วขึ้น

ในมื้อที่กินอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ถ้าดื่มน้ำมะนาวสดหรือบีบมะนาวลงบนอาหารด้วย จะยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพให้น้ำย่อยในกระเพาะทำงานได้ดีขึ้น ปัญหาเรื่องไขมันและอาการแน่นท้องที่มาพร้อมเนื้อสัตว์จะได้หมดไป

บีบน้ำมะนาวสดๆ หนึ่งลูกลงในน้ำอุ่น แล้วดื่มก่อนอาหารเช้า วิตามินซีในน้ำมะนาวจะเข้าไปกระตุ้นการทำงานของระบบเผาผลาญ และระบบย่อยอาหารในวันนั้นทั้งวัน แค่แก้วเดียวตอนเช้าแต่ได้ผลไปถึงเย็น ดีกว่านี้มีอีกไหมเนี่ย

กรดไซตริกในน้ำมะนาวจะเสริมทัพให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมมากขึ้น แล้วเอาไปเก็บไว้ในเซลล์ไขมัน พอมีแคลเซียมมากๆ เซลล์ไขมันจะแตกตัวออก ทำให้ไขมันที่จะมาสะสมอยู่ในหน้าท้อง ต้นแขน ต้นขาของเราพลอยสลายตัวไปด้วย

บนเปลือกมะนาวมีคาร์โบไฮเดรตชนิดพิเศษที่สามารถกำจัดความอยากอาหารให้ลดลงได้ถึง 4 ชั่วโมง หรือถ้าเอาเปลือกมะนาวตากแห้งไปหั่นเป็นเส้นทำเป็นขนมกิน ก็จะได้อาหารลดความอ้วนที่ดีแถมไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เพราะเปลือกมะนาวเป็นแหล่งรวมของเส้นใยอาหารกินแล้วจะช่วยให้ระบบย่อยอาหารสามารถดูดซึมน้ำตาลได้เร็วยิ่งขึ้น ทำให้อิ่มทน อิ่มนานไปหลายชั่วโมงเลยทีเดียว
น้ำมันมะพร้าว (Coconut Oil) มีผลการรักษาจากไวรัสได้หลากหลายชนิด เชื้อรา ปรสิต และแบคทีเรียต่างๆได้จริง และยังส่งผลต่อการทำงานในระบบการย่อยอาหาร ตับ ผิวหนัง และการรักษาบาดแผลได้ดี โดยเมื่อเร็วๆนี้ น้ำมันมะพร้าวถูกนำไปใช้ในการรักษาการเกิดโรคหัวใจ และโรคเบาหวานอีกด้วย


ในการวิจัยล่าสุด แสดงให้เห็นว่า น้ำมันมะพร้าวมีศักยภาพในการต่อสู้กับโรคมะเร็ง เนื่องจากน้ำมันมะพร้าวมีกรดลอริคที่มีความสามารถกำจัดเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ ถึง 98 % ภายใน 48 ชั่วโมงเท่านั้น 

นอกจากกรดลอริคจะมีความสามารถในการกำจัดเซลล์มะเร็งได้แล้ว ยังช่วยในกระบวนการเกิดและการทำลายอนุมูลอิสระ พร้อมกับช่วยลดระดับกลูตาไธโอนที่เป็น สารมหัศจรรย์อย่างยิ่ง มีคุณอนันต์ต่อสุขภาพ ผู้ที่แข็งแรงและมีอายุยืนยาว ในร่างกายของเราอีกด้วย