ภาวะอ้วนลงพุง หรือ Metabolic syndrome คือกลุ่มของความผิดปกติที่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และโรคเบาหวานโดยกลุ่มของความผิดปกตินั้นประกอบไปด้วยโรคอ้วนลงพุง (การมีไขมันในช่องท้องมากเกินไป) ความดันโลหิตสูง ระดับน้ำตาลในเลือดสูง และระดับไขมันในเลือดสูงซึ่งสาเหตุหลักๆ เกิดจากการเผาผลาญไขมันในช่องท้องทำให้ได้กรดไขมันที่ผิดปกติมากกว่าการเผาผลาญไขมันบริเวณอื่นของร่างกาย และจากการมีภาวะดื้อต่ออินซูลินที่เกิดได้จากหลายสาเหตุ


เมื่อไรจึงจะเรียกว่าภาวะอ้วนลงพุง ?
เกณฑ์การวินิจฉัยภาวะอ้วนลงพุงที่ได้รับความนิยมมากที่สุดมีหลักเกณฑ์คือ ต้องมีความผิดปกติอย่างน้อย 3 ข้อ ใน 5 ข้อต่อไปนี้ 

• เส้นรอบเอว มากกว่าหรือเท่ากับ 40 นิ้วในผู้ชาย หรือมากกว่าหรือเท่ากับ 35 นิ้วในผู้หญิง
• ระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือด มากกว่าหรือเท่ากับ 150 mg/dL หรือรับประทานยาลดไขมันอยู่
• ระดับ เอช-ดี-แอล คอเลสเตอรอล น้อยกว่า 40 mg/dL ในผู้ชาย หรือน้อยกว่า 50 mg/dl ในผู้หญิง
• ความดันโลหิต มากกว่าหรือเท่ากับ 130/85 mmHg หรือรับประทานยาลดความดันอยู่
• ระดับน้ำตาลขณะอดอาหาร มากกว่าหรือเท่ากับ 110 mg/dL หรือรับประทานยาลดระดับน้ำตาลอยู่

การป้องกันภาวะอ้วนลงพุง
เราสามารถป้องกันภาวะอ้วนลงพุงได้ง่ายๆ เพียงปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตบางอย่างที่ก่อให้เกิดปัจจัยเสี่ยง เช่น ปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร โดยการเพิ่มอาหารที่มีปริมาณกากใยมากเช่น ข้าวกล้อง อาหารจำพวกถั่ว และผัก เป็นต้น ลดอาหารทอดที่ต้องใช้น้ำมันมากๆ หลีกเลี่ยงการปรุงรสเพิ่ม ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยวันละ30 นาที 5 ครั้งต่อสัปดาห์ ลดน้ำหนักในกรณีที่มีน้ำหนักเกิน โดยอาจใช้วิธีคำนวณปริมาณแคลอรีของอาหารที่บริโภคเพื่อให้สมดุลกับปริมาณแคลอรีที่ร่างกายต้องใช้ไปในแต่ละวัน 

มาถึงตรงนี้หลายคนอาจเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าเราจัดอยู่ในภาวะอ้วนลงพุงหรือเปล่า ดังนั้นหากคิดว่าตนเองมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะอ้วนลงพุง อย่ารีรอที่จะไปปรึกษาแพทย์ เพื่อที่จะได้รับคำแนะนำในการป้องกันอย่างเหมาะสม 

Share To:

Post A Comment: