1 ปวดสม่ำเสมอและปวดนานๆ มักเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับอาการปวดจากความตึงเครียด หรือปวดหัวไมเกรน
2 ปวดแปลบๆ เหมือนไฟช็อต บริเวณหน้า แก้ม โดยเฉพาะเวลาเคี้ยว อาจจะเป็นอาการของโรคปลายประสาทอักเสบ
3 ปวดหัวถี่ขึ้นเรื่อยๆ ตามัวพร่ามากขึ้น หรือเห็นภาพซ้อน ร่างกายอ่อนแรง ชาตามปลายนิ้วมือนิ้วเท้า และน้ำหนักลด กินอาหารไม่ได้ อาจเป็นโรคมะเร็งในสมอง
4  ปวดหัวตุบๆ ข้างเดียวหรือสองข้าง ก่อนปวดมีอาการเห็นแสงแปลกๆ คลื่นไส้ เป็นอาการปวดไมเกรน
5  ปวดแล้วมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ปวดหน้าผาก มีน้ำมูกไหล อาจจะเป็นการปวดจากไซนัส
6  ปวดฉับพลันที่ท้ายทอย และมีอาการเวียนหัว คลื่นไส้อาเจียน และอ่อนแรงทันที อาจเป็นอาการของโรคหลอดเลือดสมองแตก
7  ปวดหัวและปากเบี้ยว ตาปิดไม่สนิท แขนขาอ่อนแรง เดินเซ หรือชาตัวครึ่งซีก อาจเป็นโรคหลอดเลือดในสมองตีบ
8  ปวดมากที่ขมับ หรือปวดเมื่อยทั้งตัว ในคนอายุมากอาจเป็นอาการของหลอดเลือดสมองอักเสบ

เวลาปวดหัว ลองเอานิ้วมืออุดรูจมูกด้านขวาแล้วใช้รูจมูกด้านซ้ายสูดลมหายใจเพียงข้างเดียว จะพบว่าอาการที่เป็นอยู่จะบรรเทาลงภายในเวลาไม่เกิน 5 นาทีวิธีดังกล่าวมักบรรเทาอาการปวดข้อ1 – 5 ได้ดี ส่วนการปวดหัวของข้อ 6 – 8 ควรปรึกษาแพทย์ เพราะรุนแรงต่อสุขภาพ


ควรหัดทำบ่อยๆ สักหนึ่งเดือนก็จะเริ่มสังเกตุได้ละเอียดขึ้น ว่องไวขึ้นจนไม่ต้องรอให้เกิดอาการปวดหัวแล้วถึงแก้ไข เพียงเริ่มๆจะปวด เริ่มๆจะอ่อนเพลีย ก็ดับอาการได้ทันที

นอกจากวิธีข้างต้นที่แนะนำแล้ว เรายังมีเคล็ดลับแก้อาการปวดหัวมาฝากอีก 8 วิธีแก้อาการปวดหัว โดยไม่ต้องพึ่งยา


1. นอนหลับพักผ่อน วิธีนี้เป็นวิธีที่ง่ายที่สุด ถึงแม้ว่าบางคนอาจจะต้องฝืนหลับกันซะหน่อย แต่พอได้หลับแล้ว ร่างกายของคุณก็จะซ่อมแซมและฟื้นฟูตัวเอง ช่วยให้คุณหายจากอาการปวดหัวได้ครับ

2. รับประทานอาหารให้ตรงเวลาและไขมันต่ำ อาการท้องว่างเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้หลายคนปวดหัว และเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงต่อการปวดหัว ควรทานอาหารให้ตรงเวลา และทานอาหารที่ไขมันไม่สูงมาก จะช่วยให้คุณห่างจากอาการปวดหัวได้

3. ดื่มชา ชาสมุนไพรอุ่น ๆ สักถ้วย สามารถทำให้คุณหายปวดหัวได้เช่นกัน คุณอาจดื่มชารสมิ้น ขิง หรือ ชาดอกคาโมมายล์ จะทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายได้ดีทีเดียว

4. ทำสมาธิ เป็นวิธีที่อยากแนะนำมากครับ เมื่อคุณรู้สึกปวดหัว ลองหาเวลาเปิดเพลงผ่อนคลายเบา ๆ แล้วนั่งสมาธิดู ผ่อนคลายสมอง ให้สมองหยุดคิดถึงเรื่องราวต่าง ๆ นานาสักพัก คุณจะรู้สึกดีขึ้นจากอาการปวดหัวครับ

5. ออกกำลังกาย อาการปวดหัวอาจมีสาเหตุจากงานหรือบรรยากาศโดยรอบ ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้ว คุณสามารถออกไปเดินเล่น ยืดเส้นยืดสาย หรือหาเวลาออกกำลังกาย เพราะจะทำให้เลือดในร่างกายไหลเวียนดีขึ้น ทำให้คุณไม่รู้สึกปวดหัวครับ

6. ดื่มน้ำ การขาดน้ำเป็นสาเหตุอีกข้อหนึ่งที่ทำให้คุณรู้สึกปวดหัว ดังนั้น คุณจึงควรดื่มน้ำให้เพียงพอกับความต้องการในแต่ละวัน และควรดื่มน้ำธรรมดานะครับ คุณไม่ควรดื่มน้ำเย็น เนื่องจากน้ำเย็นจะทำให้คุณยิ่งปวดหัวมากขึ้น

7. นวดน้ำมัน หากคุณมีเวลาว่าง คุณก็อาจจะไปตามร้านนวด เพื่อนวดน้ำมันเป็นการผ่อนคลาย เพราะวิธีการนี้เป็นวิธีเก่าแก่ในการคลายเส้น บรรเทาอาการปวดหัวได้เป็นอย่างดี

8. ผ่อนคลายความเครียด  เมื่อคุณเครียดจากปัญหาการทำงานหรือจากปัญหาชีวิตที่ทำให้คุณปวดหัว คุณควรเอาตัวเองออกจากสิ่งเหล่านั้นสักพัก เพื่อผ่อนคลายความเครียดบ้าง แล้วค่อยกลับไปเผชิญหน้ากับปัญหาเหล่านั้นใหม่ ซึ่งการผ่อนคลายความเครียด ก็ทำได้หลายวิธี เช่น อ่านการ์ตูนขำขัน ดูตลก หรือฟังคลื่นวิทยุที่เปิดเพลงสบาย ๆ จะช่วยทำให้อารมณ์คุณเปลี่ยน และทำให้อาการปวดหัวจางหายไปได้
Share To:

Post A Comment: