ลิ่มเลือดเป็นอันตรายอย่างยิ่งเพราะมันจะทำให้เส้นเลือดของคุณอุดตัน มาดูกันว่าทำไมการเกิดลิ่มเลือดจึงทำให้ชีวิตของคุณมีความเสี่ยง!

เส้นเลือดอุดตันเป็นสิ่งที่เลวร้ายมาก เพราะเมื่อใดก็ตามที่คุณได้รับบาดเจ็บเลือดที่ต้องการจะแข็งตัวและจับตัวเป็นก้อน ซึ่งทำให้เลือดหยุดไหล บางกรณีลิ่มเลือดก็ไปปรากฏอยู่ในหลอดเลือดดำที่อยู่ใกล้กับกล้ามเนื้อ เมื่อลิ่มเลือดเกิดขึ้นในบริเวณนี้มันจะสร้างความเจ็บปวดและเป็นอันตรายอย่างยิ่ง

ตามจริงแล้ว ก้อนเลือดนี้ถูกเรียกว่า เส้นเลือดตีบลึก (DVT) มันเป็นเหมือนเครื่องกีดขวางในเลือดของเราและมันยังสร้างความติดขัดให้กับการไหลเวียนรวมถึงเข้าไปขัดขวางการไหลของเลือดไปยังระบบการทำงานภายในร่างกาย และมันจะสร้างความรุนแรงให้มากยิ่งขึ้นหากเส้นเลือดตีบลึก (DVT) เกิดขึ้นบริเวณปอดของเรา

จากนั้นมันจะทำให้เกิดการอุดตันในเส้นเลือดแดงภายในปอด (PE) และลิ่มเลือดจะเข้าไปขัดขวางออกซิเจนและเลือดที่ส่งไปยังอวัยวะต่างๆ มีผลร้ายต่อปอดและอวัยวะอื่น ๆ และยังเป็นอันตรายถึงชีวิต

บางคนมีแนวโน้มที่จะเกิดเส้นเลือดตีบลึก ดังนั้นสิ่งนี้จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกคนควรรู้ เพื่อที่จะได้เข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที

6 สัญญาณของการเกิดลิ่มเลือด
1.เกิดการอักเสบที่รุนแรง

ขาหรือแขนบวมเป็นหนึ่งในอาการที่พบบ่อยที่สุดของเส้นเลือดตีบลึก (DVT) เมื่อเลือดอุดตันมันจะเข้าไปขัดขวางการไหลเวียนของเลือดที่ไหลลงไปยังขาและไปจับตัวกันเป็นก้อนที่จะก่อให้เกิดการอักเสบ และหากขาของคุณมีอาการบวมอย่างรวดเร็วและมีอาการเจ็บที่ด้านข้างให้คุณสงสัยไว้เลยว่ามันเกิดจากการอุดตันของเลือด

2. ปวดขาหรือปวดแขน

โดยทั่วไปอาการปวดของเส้นเลือดตีบลึก DVT มาพร้อมกับอาการอื่น ๆ เช่น อาการบวมหรือรอยแดง และความเจ็บปวดจากลิ่มเลือดอาจทำให้ใครหลายๆ คนเข้าใจผิดว่าเกิดจากตะคริวที่กล้ามเนื้อหรือความตึงของกล้ามเนื้อ ด้วยเหตุนี้คนส่วนใหญ่ถึงไม่ได้รับการวินิจฉัยอย่างถูกต้อง อาการของ DVT สามารถทำให้การเดินหยุดชะงักลงได้หรือเกิดอาการเกร็งที่ขาขึ้นมาทันที ถ้าหากคุณเป็นตะคริวบ่อยๆ และบริเวณผิวรอบๆ เปลี่ยนสีและมีอาการแสบร้อนร่วมด้วยคุณต้องไปพบหมอเพื่อตรวจดูทันที

3. สีผิวเกิดการเปลี่ยนแปลง

คุณอาจจะเห็นรอยฟกช้ำเกิดขึ้นตามร่างกาย และส่วนใหญ่จะเห็นเป็นรอยสีแดง แต่ในเคสของเส้นเลือดตีบลึก (DVT) จะทำให้เกิดผื่นที่ผิวหนังตามแขนและขาของคุณ คุณจะรู้สึกร้อนเมื่อไปสัมผัสโดนบริเวณนั้นๆ

4. อาการปวดเต้านม

อาการปวดหน้าอกนี้อาจทำให้คุณคิดว่ามันคืออาการหัวใจวาย แต่แท้จริงแล้วมันคือการอุดตันเส้นเลือดแดงในปอด อาการของมันจะคล้ายกับอาการหัวใจวาย อย่างไรก็ตามการอุดตันเส้นเลือดแดงในปอด (PE) จะสร้างความเจ็บปวดที่รุนแรงมากกว่าอาการหัวใจวาย อาการเจ็บปวดของมันจะแพร่กระจายไปทั่วบริเวณตอนบนของร่างกายของคุณ เช่น ไหล่ ขากรรไกร หรือคอ และจะสร้างความเจ็บปวดที่สุดเมื่อคุณหายใจ เมื่ออาการนี้เกิดขึ้นกับคุณต้องรีบโทรไปยังหมายเลขฉุกเฉินทันที

5. การหายใจขาดช่วงหรืออัตราการเต้นของหัวใจเร็วผิดปกติ

ลิ่มเลือดในปอดจะไปกีดขวางการไหลของออกซิเจน เมื่อระดับออกซิเจนต่ำลงก็จะทำให้การเต้นของหัวใจเร็วขึ้น หากเมื่อใดที่คุณรู้สึกเหมือนหน้าอกกระเพือมและมีปัญหาในการหายใจอาจเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายว่าคุณมีเส้นเลือดอุดตันเกิดขึ้นในปอดของคุณ ยิ่งไปกว่านั้นมันจะทำให้คุณรู้สึกอ่อนเพลียหรือหมดสติไปเลย หากพบอาการเช่นนี้คุณต้องรีบขอความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว

6. ไอโดยไม่มีสาเหตุ

คุณไม่สามารถหยุดอาการไอได้ หากคุณมีปัญหาเรื่องการหายใจ มีอัตราการเต้นของหัวใจสูง หรือมีอาการเจ็บหน้าอก อาการไอจะมีลักษณะไอแบบแห้งๆ แต่บางคนก็ไอแบบมีเสมหะหรือมีเลือดรวมอยู่ด้วย หากคุณสงสัยกับอาการไอคุณควรเข้าพบหมอเพื่อตรวจดูอาการให้แน่ใจ อย่าลืมแบ่งปันข้อมูลเพื่อสุขภาพที่สำคัญนี้ให้กับเพื่อนและครอบครัวของคุณ!
Share To:

Post A Comment: