การนวดกดจุดสะท้อนที่ฝ่าเท้า ถือเป็นสมบัติด้านการรักษาที่ทรงคุณค่าของชาวจีนมาอย่างยาวนาน และเป็นศาสตร์ที่ได้รับการยอมรับกันไปทั่วทั้งโลก

จากที่ทางการแพทย์แผนจีน บอกไว้ว่า “เท้าเป็นจุดรวมของสุขภาพ” เพราะเท้าจะมีจุดต่างๆ ที่เชื่อมโยงกับอวัยวะทั้งร่างกาย โดยฝ่าเท้าซ้ายจะบ่งบอกถึงอวัยวะซีกซ้าย ส่วนฝ่าเท้าขวาบ่งบอกถึงอวัยวะขวา ดังนั้น หากมีการบริหารอย่างถูกที่ ร่างกายของเราก็จะแข็งแรง ไร้โรคภัยได้เอง

แต่ถ้าไม่มีเวลาไปนวดฝ่าเท้า ยังมีวิธีการกดจุดกระตุ้นฝ่าเท้าที่ทำได้ง่ายด้วยตนเอง ทำได้ทุกวัน ที่เราจะแนะนำวันนี้ ก็คือ “การเหยียบกะลา”

การเหยียบกะลา อาจจะไม่สามารถบำบัดได้ทั่วถึงทุกตำแหน่งบนเท้า แต่ก็เป็นวิธีพื้นฐานในการดูแลรักษาสุขภาพให้ดีอยู่เสมอ วิธีการดังนี้

ก่อนอื่นต้องรู้จักวิธีการเลือกกะลาและวิธีการที่จะใช้เหยียบให้ถูกต้องเสียก่อน กะลาที่ใช้ควรเป็นแบบนี้

- เลือกกะลาที่มีก้นนูนพอสมควร เท้าของเราจะได้สัมผัสกับส่วนที่นูนได้ลึกขึ้น

- เลือกสถานที่วางให้เหมาะสม ไม่คลอนแคลน และไม่ควรวางบนพื้นปูนหรือพื้นที่แข็ง เพราะจะทำให้ลื่น หรือเกิดอันตรายได้

- ก่อนขึ้นเหยียบกะลา ควรหาอุปกรณ์ในการยึดจับให้มั่น ป้องกันการล้ม

จากนั้น ก็มาดูวิธีการขึ้นเหยียบกะลากันต่อดีกว่า

วิธีการเหยียบกะลา มีดังนี้

1. ขึ้นไปยืนในลักษณะผ่อนคลาย ไม่เกร็ง ยืนสบายๆ

2. ค่อยๆ ย่ำเท้า เพื่อให้จุดสัมผัสบริเวณอุ้งเท้าเปลี่ยนจุดสัมผัสไปเรื่อย ๆ

3. การเหยียบกะลานั้น ควรทำอย่างสม่ำเสมอ โดยทำทุกวันวันละครั้ง ตอนเช้าหรือเย็น ครั้งละประมาณ 2 – 5 นาที

ประโยชน์ของการนวดฝ่าเท้าหรือเหยียบกะลา

1. ช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบขับพิษและกำจัดของเสีย เสริมสร้างความแข็งแรงให้ระบบภูมิคุ้มกันกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือด น้ำเหลือง และเคลื่อนไหวของเม็ดเลือดขาว

2. ช่วยทำให้ร่างกายสมดุล กระตุ้นการไหลเวียนของพลังชี่ (ลม) ให้สะดวก

3. ช่วยลดความข้นหนืดของเลือด ไหลเวียนไปหล่อเลื้ยงได้ทั่วร่างกาย โดยเฉพาะส่วนปลายของร่างกาย จึง ช่วยลดอาการปวดศีรษะ ชาปลายมือ-ปลายเท้าได้

4. ช่วยลดภาวะเครียด

5. ช่วยฟื้นฟูผู้ป่วยเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงได้จริง

วันไหนว่างๆ ก็ลองหากะลามาซัก 2-3ใบ เพื่อเอาไว้เหยียบเล่นๆก็ได้ ที่สำคัญคือต้องทำให้ต่อเนื่องประมาณ 1-2เดือน แล้วคุณจะได้หน้าใสๆไร้สิว ผิวสวยๆ ระบบการขับถ่ายดีๆ และสุขภาพที่แข็งแรงกลับมาเป็นของแถมอย่างแน่นอน

จะเห็นได้ว่า การดูแลสุขภาพของเราไม่จำเป็นที่จะต้องลงทุนอะไรนมากมายอะไร เพียงแค่นำเอาวัสดุใกล้ตัวหรือวัสดุธรรมชาติมาใช้ในการบำบัดรักษา เท่านี้ก็ได้ผลแล้ว
Share To:

Post A Comment: